ข่าว

ฝ่ายนวัตกรรมฯ มข.จัดอบรม “การเตรียมข้อมูลการวิจัยในมนุษย์สำหรับการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร”

วันที่ 20 ธันวาคม 2566 <b>ฝ่ายนวัตกรรมและวิสาหกิจ มหาวิทยาลัยขอนแก่น</b> จัดอบรมโครงการ <b>“การเตรียมข้อมูลการวิจัยในมนุษย์สำหรับการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร”</b> ให้กับคณาจารย์ นักวิจัย โดยมีการอบรม 2 วัน ระหว่างวันที่ 20-21 ธันวาคม 2566 โดยมี ศ.ดร.ธิดารัตน์ บุญมาศ รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและวิสาหกิจ ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดโครงการ ซึ่งการอบรมในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 80 คน ณ ห้องประชุมสิริคุณากร 3 ชั้น 2 อาคารสิริคุณากร มหาวิทยาลัยขอนแก่น ศ.ดร.ธิดารัตน์ บุญมาศ กล่าวว่า ขอขอบพระคุณทุกท่านที่มาร่วมโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ “การเตรียมข้อมูลการวิจัยในมนุษย์สำหรับการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร” ในวันนี้ ที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อสนับสนุน ส่งเสริม และพัฒนาศักยภาพ อาจารย์ นักวิจัย และบุคลากรของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้มีทักษะพื้นฐานและมีความรู้ความเชี่ยวชาญเรื่องการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร ซึ่งสอดคล้องและสนับสนุนการดำเนินงานให้บรรลุตามนโยบายด้านการพัฒนานวัตกรรมและวิสาหกิจของมหาวิทยาลัยขอนแก่น อันจะนำไปสู่การนำผลงานนวัตกรรม เทคโนโลยี และทรัพย์สินทางปัญญาของมหาวิทยาลัย ไปใช้ประโยชน์ทั้ง เชิงพาณิชย์และเชิงสังคม การอบรมในภาคเช้า เป็นการกล่าวถึงภาพรวมการอบรม และ Pre-test โดย ศ.พญ.ขวัญชนก ยิ้มแต้ สำนักงานวิจัย วิชาการ และนวัตกรรม คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ต่อด้วยการบรรยาย หัวข้อ “การขออนุญาตวิจัยและขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร ตามกฎหมายว่าด้านยา อาหาร เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สมุนไพร” โดย ผู้อำนวยการกองยา , ผู้อำนวยการกองอาหาร , ผู้อำนวยการกองผลิตภัณฑ์สุขภาพนวัตกรรมและการบริการ , ผู้อำนวยการกองผลิตภัณฑ์สมุนไพร , ผู้อำนวยการกองเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาท ในภาคบ่าย มี Workshop กรณีศึกษานำเสนอโครงการโดยผู้เข้าร่วมการอบรมจำนวน 10 โครงการ โดย คณะวิทยากรจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา การอบรมวันที่ 2 คือวันพฤหัสบดีที่ 21 ธันวาคม 2566 มีการบรรยายหัวข้อ “การเตรียมข้อมูลและโครงร่างงานวิจัยในมนุษย์ (Concept of Product Development, Clinical study, EC submission) ” โดย ศ.เกียรติคุณ.ดร.พญ. จันทรา กาบวัง เหล่าถาวร ศ.พญ.ขวัญชนก ยิ้มแต้ (NCRN) ผศ.ดร.ภญ.สุพัตรา ปรศุพัฒนา (KKUEC) และในภาคบ่าย มี Workshop นำเสนอโครงการโดยผู้เข้าร่วมการอบรมจำนวน 10 โครงการ โดย คณะวิทยากรจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ทั้งนี้ การอบรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพคณาจารย์ นักวิจัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญเรื่องการทะเบียนผลิตภัณฑ์สมุนไพร อาทิ การเพิ่มสารใหม่ที่อนุญาตให้ใช้ ตามกฎหมายยา อาหาร เครื่องสำอาง การขึ้นทะเบียนยาแผนปัจจุบัน ยาความเสี่ยงต่ำ และยาเสริมการรักษา เป็นต้น รวมทั้งการเตรียมข้อมูลและโครงร่างงานวิจัยในมนุษย์

อ่านเพิ่มเติม...
ม.ขอนแก่น เปิดบ้านต้อนรับ ม.บูรพา ยกระดับการจัดการด้านทรัพย์สินทางปัญญาและนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

วันที่ 18 ตุลาคม 2566 ฝ่ายนวัตกรรมและวิสาหกิจ นำโดย ศ.ธิดารัตน์ บุญมาศ รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและวิสาหกิจ ให้การต้อนรับ รศ.จิตติมา เจริญพานิช รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยบูรพา และคณะ ในการศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดย ศ.ธิดารรัตน์ บุญมาศ รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและวิสาหกิจ กล่าวต้อนรับพร้อมบรรยายภาพรวมเกี่ยวกับการบริหารจัดการทางด้านทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึง ระเบียบ ประกาศ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ทรัพย์สินทางปัญญา มหาวิทยาลัยขอนแก่น นอกจากนี้กองบริหารการวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัย ได้เข้าเยี่ยมชมอาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ที่ประกอบด้วยห้องปฏิบัติการ และโรงงานต้นแบบ ได้แก่ โรงงานแบตเตอรี่และพลังงานยุคใหม่ โรงงานต้นแบบแปรรูปเกษตรและอาหาร โรงงานต้นแบบไบโอไฮเทน และพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา เพื่อพัฒนาระบบการให้บริการการวิจัยมาปรับใช้ในภาคอุตสาหกรรมและเอกชน

อ่านเพิ่มเติม...
สุดปัง มข. คว้า รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2566 ด้านสังคม และสิ่งแวดล้อม มุ่งผลักดันนวัตกรรมด้านพลังงานสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

วันที่ 5 ตุลาคม 2566 มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำโดย ศ.ดร.ธิดารัตน์ บุญมาศ รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและวิสาหกิจ พร้อมด้วย รศ.ดร.นงลักษณ์ มีทอง ประธานหลักสูตรวิทยาศาสตร์แบตเตอรี่และพลังงานใหม่ เข้ารับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2566 รางวัลชนะเลิศ ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ประเภทหน่วยงานภาครัฐ จากผลงงานแบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออนจากแกลบและขยะโซล่าร์เซลล์ โดยมี รศ. นพ.สรนิต ศิลธรรม เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ในงาน “วันนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2566” จัดโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน กรุงเทพฯ ผลงาน “แบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออนจากแกลบและขยะโซล่าร์เซลล์” เป็นการนำแกลบและขยะโซล่าร์เซลล์มาผลิตเป็นวัสดุที่ชื่อว่า วัสดุนาโนซิลิกอน ซึ่งวัสดุนาโนซิลิกอนดังกล่าวนี้ สามารถใช้เป็นขั้วไฟฟ้าในแบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออนได้ รวมถึงแบตเตอรี่ชนิดอื่น ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศ โดยเซลล์แบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออนที่ผลิตได้มีความจุไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 15% ทำให้ยานยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ชนิดนี้มีระยะการขับเคลื่อนได้ไกลขึ้น มีความปลอดภัยสูงขึ้น และรองรับการชาร์จเร็วกว่าเดิม 4 เท่า ส่งผลให้เกิดการนำเอาสิ่งของที่มีอยู่ภายในประเทศมาใช้ในการผลิตแบตเตอรี่เพื่อยานยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงาน ช่วยลดการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นการผลักดันให้เกิดห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่สมัยใหม่ได้อย่างครบวงจร ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแกลบและขยะโซล่าร์เซลล์ ซึ่งเป็นของที่มีมูลค่าต่ำให้มีมูลค่าสูงขึ้น โดยที่มูลค่าเหล่านั้นจะต้องสามารถสร้างประโยชน์และสร้างรายได้เพิ่มให้กับชาวนา จากการเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบให้กับอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ รวมถึงสามารถลดการทำเหมืองในรูปแบบเดิม ลดผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม และหยุดการฝังกลบแผงโซล่าร์เซลล์ ซึ่งจะนำไปสู่การรีไซเคิลขยะโซล่าร์เซลล์ที่เหมาะสม และสามารถใช้พลังงานสะอาดได้อย่างยั่งยืน รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ จัดขึ้นเพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติแก่คนไทยที่ริเริ่มสร้างสรรค์ผลงานอันเป็นนวัตกรรมที่โดดเด่น และเกิดคุณค่าที่ชัดเจนต่อประเทศชาติในหลากหลายด้าน หรือหน่วยงานองค์กรที่มีการบริหารจัดการโดยใช้ความรู้ เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์มาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดการสร้างคุณค่าทั้งในเชิงพาณิชย์และเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรตั้งแต่ระดับยุทธศาสตร์ หรือกระบวนการ ไปจนถึงระดับโครงสร้าง ส่งเสริมให้เกิดการตื่นตัวด้านนวัตกรรมขึ้นในทุกภาคส่วนของสังคมไทย สร้างให้เกิดความภาคภูมิใจในศักยภาพนวัตกรรมจากฝีมือคนไทย และสร้างให้เกิดภาพลักษณ์สู่การเป็นประเทศแห่งนวัตกรรม ภาพ/ข่าว : Department of Physics, KKU

อ่านเพิ่มเติม...
มข.จับมือ ออสก้า โฮลดิ้ง ผลิตพลังงานรักษ์โลก แบตเตอรี่แบบสับเปลี่ยน เพื่อยานยนต์ไฟฟ้า หยุดก๊าซเรือนกระจก มุ่ง NET ZERO ในปี 2065

เมื่อวันอังคารที่ 23 มกราคม 2567 เวลา 09.00 น. มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดแถลงข่าว “โครงการจัดบริการยานยนต์ไฟฟ้าโดยใช้แบตเตอรี่แบบสับเปลี่ยน” โดยมี รองศาสตราจารย์ นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.ธรา ธรรมโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อาวุธ ยิ้มแต้ รองอธิการบดีฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งแวดล้อม รองศาสตราจารย์ ดร.นงลักษณ์ มีทอง ผู้อำนวยการโรงงานแบตเตอรี่และพลังงานยุคใหม่ พันโท หม่อมราชวงศ์ พีรานุพงศ์ ภาณุพันธ์ ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการ บริษัท ออสก้า โฮลดิ้ง จำกัด นายสุรชัย สินประกอบ พลังงานจังหวัดขอนแก่น และนายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ร่วมงานแถลงข่าว ในการนี้มีสื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ณ ห้องประชุมสารสิน ชั้น 2 อาคารสิริคุณากร มหาวิทยาลัยขอนแก่น รองศาสตราจารย์ นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น เผยว่า โครงการจัดบริการยานยนต์ไฟฟ้า โดยใช้แบตเตอรี่แบบสับเปลี่ยน เป็นความร่วมมือในการนำผลิตภัณฑ์ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่เป็น Deep Technology หรือเทคโนโลยีระดับสูงที่ มีความซับซ้อน ผ่านการค้นคว้าวิจัย และคิดค้นขึ้นใหม่จากนวัตกรรมเชิงวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์ ที่เรามีความเข้มแข็ง มาต่อยอดเชิงพาณิชย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีนักศึกษาอยู่ประมาณ 38,000 คน และบุคลากรอีกกว่า 10,000 คน ทำให้มีการใช้งานรถจักรยานยนต์หลายหมื่นคัน หากเราสามารถเปลี่ยนรถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันมาเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า จะส่งผลดีอย่างมหาศาลทั้งในแง่ของการใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ฉะนั้นโครงการนี้จึงเป็นความตั้งใจของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ต้องการจะส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นเมืองยานยนต์ไฟฟ้า เราจึงเห็นว่า บริษัท ออสก้า โฮลดิ้ง จำกัด มีอุดมการณ์ในการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ภายในประเทศ จากแนวคิดดังกล่าวจึงนำมาสู่ความร่วมมือในครั้งนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.ธรา ธรรมโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้มีผลอย่างมากเชิงยุทธศาสตร์ Great Place to Live มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งเป็นไปตามที่สภามหาวิทยาลัยขอนแก่นกำหนดให้มีการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมเป็น Green University หรือ มหาวิทยาลัยสีเขียว หมายถึง มหาวิทยาลัยที่มีการบูรณาการอนุรักษ์ด้านพลังงาน และสิ่งแวดล้อมเข้าไปในการเรียน การสอน การวิจัย และในทุกกิจกรรมของมหาวิทยาลัย “โครงการจัดบริการยานยนต์ไฟฟ้า โดยใช้แบตเตอรี่แบบสับเปลี่ยน” สนับสนุนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยในหลายประเด็น ประเด็นแรกเป็นการสนับสนุนทางด้านงานวิจัย และ นวัตกรรมการพัฒนาแบตเตอรี่ให้สามารถนำมาใช้ได้จริง ประเด็นที่ 2 เป็นการส่งเสริมยุทธศาสตร์ “Education Transformation” การปรับเปลี่ยนการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยขอนแก่น อาทิ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการซ่อม หรือ การดูแลรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมยุทธศาสตร์ Social Contribution การมีส่วนร่วมในการสนับสนุน หรือช่วยเหลือสังคม ที่ส่งเสริมเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) หลายด้าน อาทิ SDG 7 : Affordable and Clean Energy พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้ SDG 13 Climate Action ปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้น การลดฝุ่นละอองจากการใช้เครื่องยนต์ SDG 11 Sustainable Cities and Communities ทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มีความครอบคลุม ปลอดภัย และยั่งยืน ฉะนั้นการที่เราสามารถนำเอาเทคโนโลยีมาจัดการเป็นการส่งเสริมยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่นโดยตรง นักศึกษาและบุคลากรจะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้อย่างยิ่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อาวุธ ยิ้มแต้ รองอธิการบดีฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีเป้าหมายสำคัญที่สอดคล้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการมีส่วนร่วมให้ประเทศไทยเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2050 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2065 “โครงการจัดบริการยานยนต์ไฟฟ้า โดยใช้แบตเตอรี่แบบสับเปลี่ยน” เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่มุ่งมั่นที่จะลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากภาคการขนส่ง โดยใช้ยานพาหนะไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผมหวังให้ โครงการนี้ เป็นต้นแบบให้กับการใช้พลังงานสะอาด ในภาคการขนส่งให้กับหน่วยงานอีกหลายแห่งในประเทศไทย เพื่อช่วยกันประหยัดพลังงานสำหรับโลกอนาคต และร่วมกันแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกตามนโยบาย Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม และยั่งยืนต่อไป รองศาสตราจารย์ ดร.นงลักษณ์ มีทอง ผู้อำนวยการโรงงานแบตเตอรี่และพลังงานยุคใหม่ กล่าวว่า โรงงานแบตเตอรี่และพลังงานยุคใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทำหน้าที่ผลิตแบตเตอรี่แบรนด์ UVOLT ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน UNR 136 และ มอก.2952-2561 และจำหน่ายให้กับ STROM ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของไทย นอกจากนี้โรงงานฯ ยังสามารถผลิตแบตเตอรี่เพื่อรองรับการใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต้องการแบตเตอรี่ เช่น อุปกรณ์ทางการแพทย์ อุปกรณ์ทางการเกษตร และระบบกักเก็บพลังงานร่วมกับโซล่าร์เซลล์ “การให้บริการและศักยภาพของโรงงานแบตเตอรี่และพลังงายยุคใหม่ มีการรับรองการผลิตที่ถูกกฏหมายและมีผลิตภัณฑ์หลายอย่าง ซึ่งรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเป็นอีกตัวอย่างที่รองรับการใช้งานแบตเตอรรี่ได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันโรงงานแบตเตอรี่อยู่ในระหว่างการรองรับให้เป็นห้องปฎิบัติการทดสอบที่มีมาตรฐาน ในอนาคตหวังว่าโรงงานแห่งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนด้านยานยนต์ไฟฟ้า การกักเก็บพลังงานสมัยใหม่ที่ใช้แบตเตอรี่ที่ได้มาตรฐานและเป็นการพัฒนาแบตเตอรี่โดยใช้เทคโนโลยีไทย” พันโท หม่อมราชวงศ์ พีรานุพงศ์ ภาณุพันธ์ ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการ บริษัท ออสก้า โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ขอบคุณทางมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่เปิดโอกาสให้เรามีส่วนร่วมเป็นพันธมิตรในการผลักดันการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า โดยรุ่นที่หลักๆที่เป็นการร่วมมือระหว่างบริษัท กับ มหาวิทยาลัยขอนแก่น คือรุ่น STROM Gorilla เป็นรถจักรยานยนต์รุ่นใหญ่ สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้ เหมาะกับบุคลากร นักศึกษา และ บุคคลทั่วไป ราคาเริ่มต้น 69,900 บาท อีกรุ่นจะเป็นรุ่นที่เล็กลงมา คือ รุ่น STROM Seal เหมาะสำหรับขับขี่ภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย หรือขับขี่ภายในตัวเมือง มีทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีราคาเริ่มต้น 59,900 บาท ทั้งนี้บุคลากรและนักศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น สามารถนำแบตเตอรี่มาสับเปลี่ยนได้ฟรีที่สถานีสับเปลี่ยนภายในมหาวิทยาลัย นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น กล่าวชื่นชมมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ส่งเสริมด้านการประหยัดพลังงาน เพราะเป็นอีกก้าวสำคัญที่ทำให้ทุกคนตระหนักถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้การดำเนินการยังสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของจังหวัดและยุทธศาสตร์ของเทศบาลในด้าน Smart City ที่สนับสนุนด้าน Smart environment และ Smart mobility “เทศบาลกำลังทำเรื่องลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ผ่านโครงการที่หลากหลาย ฉะนั้นเมื่อมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประกาศนโยบายว่ามีโครงการในลักษณะนี้เราต้องรีบเข้ามาช่วย หรือ ร่วมมือในทันทีมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า กับ มอเตอร์ไซค์ใช้น้ำมันราคาแตกต่างกันไม่มาก แต่ในขณะเดียวกันเราจะจูงใจให้คนมาใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าได้อย่างไร แม้จะเป็นสิ่งที่ยากแต่เป็นสิ่งที่หลายภาคส่วนต้องร่วมมือกัน ทั้งการสร้างสำนึกรักสิ่งแวดล้อม และ การสร้างแรงจูงใจที่เป็นประโยชน์ต่อตัวผู้ใช้งาน ซึ่งเราไม่หวังให้เป็นจริงภายในเร็ววัน แต่เราเชื่อว่า Smart City จะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จริงในที่สุด เพราะโครงการนี้ไม่ได้ส่งผลดีแค่เฉพาะหน่วยงานเท่านั้นแต่ประโยชน์สูงสุดจะตกอยู่กับประชาชนและ สิ่งแวดล้อม ของโลกใบนี้” นายสุรชัย สินประกอบ พลังงานจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ดีใจที่ทางมหาวิทยาลัยขอนแก่นมีการขับเคลื่อนเรื่องของการใช้พลังงานทดแทนอย่างเป็นรูปธรรม เรามีหน้าที่นำผลงานวิจัยของทุกท่าน หรือนำความร่วมมือระหว่างเอกชน กับ มหาวิทยาลัยไปเผยแพร่สู่ประชาชนให้ได้รับทราบและได้ใช้งาน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีการขยายไปถึงทุกหน่วยงานในจังหวัดขอนแก่นต่อไป สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเลือกได้ 2 แนวทาง คือ 1. การทำสัญญาเช่าราย 3 เดือน – 1 ปี โดยสามารถใช้ทั้งจักรยานยนต์ไฟฟ้าและมาสลับแบตเตอรี่ได้ฟรี และ 2. การซื้อ โดยสามารถซื้อเป็นเงินสดหรือขอสินเชื่อผ่านธนาคารออมสิน และกรุงศรีออโต้ ซึ่งค่างวดถูกสุด ไม่เกินเดือนละ 1,500 บาท รถของสตรอมส์อีวีสามารถชาร์จที่บ้านก็ได้ หรือ หากใช้ในพื้นที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นก็มีตู้ให้บริการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ โดยสามารถนำแบตเตอรี่ที่หมดแล้วเข้าตู้สับเปลี่ยนเอาแบตเตอรี่ก้อนใหม่ออกไปใช้ในเวลาไม่ถึง 1 นาที ผู้ที่สนใจสามารถมาดูและสั่งจองรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างเลือกพื้นที่ในการจัดตั้งโชว์รูม และศูนย์บริการซ่อมภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น

อ่านเพิ่มเติม...
มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับ บ้านปู เน็กซ์ “ลงนามความร่วมมือเพื่อพัฒนาและประยุกต์ใช้แบตเตอรี่สำหรับระบบกักเก็บพลังงาน”

วันที่ 20 ตุลาคม 2566 รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น และ นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด บริษัทลูกของบ้านปู เป็นผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานสะอาดชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้ลงนามเพื่อบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาและประยุกต์ใช้แบตเตอรี่สำหรับระบบกักเก็บพลังงานจากเซลล์แสงอาทิตย์ในระดับอุตสาหกรรมและครัวเรือน โดยระบบกักเก็บพลังงานเช่น แบตเตอรี่ชนิดโซเดียมไอออนที่ผลิตโดยโรงงานแบตเตอรี่และพลังงานยุคใหม่ภายใต้แบรนด์ UVOLT ความร่วมมือนี้จะส่งเสริมให้เกิดการเติบโตของธุรกิจพลังงานสะอาดและการใช้ทรัพยากรภายในประเทศให้เป็นประโยชน์ เพื่อรองรับความต้องการแบตเตอรี่ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ณ ห้องประชุมสารสิน ชั้น 2 อาคารสิริคุณากร มหาวิทยาลัยขอนแก่น "เป็นภารกิจของมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่จะสร้างนวัตกรรมโดยคนไทยเพื่อทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความแข็งแกร่งและยั่งยืนด้านพลังงาน แบตเตอรี่ UVOLT คือ ผลงานที่ได้มาจากโรงงานแบตเตอรี่และพลังงานยุคใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่นของเรา มีการผลิตและพัฒนาแบตเตอรี่ชนิดต่าง ๆ เช่น ลิเทียมไอออนและโซเดียมไอออนที่มีมาตรฐานระดับสากล ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของเรา” อธิการบดีกล่าว ในปี 2565 นักวิจัยของมหาวิทยาลัยขอนแก่นพัฒนาและผลิตแบตเตอรี่ชนิดโซเดียมไอออนจากแร่เกลือหินที่มีจำนวนมากในประเทศไทยซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน การพัฒนานี้เป็นการกระตุ้นให้เกิดการส่งเสริมอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนและอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ตลอดห่วงโซ่คุณค่าในประเทศ “แบตเตอรี่ชนิดโซเดียมไอออนมีราคาต่ำกว่าแบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออน และสามารถชาร์จได้รวดเร็ว ปลอดภัย และเหมาะสำหรับการใช้เป็นแหล่งกักเก็บพลังงานสำหรับอุตสาหกรรมและครัวเรือน จากการพัฒนานี้เราสามารถเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านพลังงานของประเทศได้ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการผลิตแบตเตอรี่ที่ใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในประเทศ” อธิการบดีกล่าวสรุป นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด กล่าวว่า “จากความร่วมมือครั้งก่อน ระหว่างมหาวิทยาลัยขอนแก่น กับ บียอนด์ กรีน ผู้นำธุรกิจรถไฟฟ้าเอนกประสงค์ครบวงจร ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ บ้านปู เน็กซ์ เข้าไปลงทุน ได้ตกลงศึกษาและพัฒนาแบตเตอรี่ชนิดลิเทียมและโซเดียมไอออนใช้ในรถกอล์ฟไฟฟ้า เราจึงได้ต่อยอดสู่ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยขอนแก่นในครั้งนี้ เพื่อขยายธุรกิจแบตเตอรี่จากการใช้งานในยานพาหนะไฟฟ้า (Electric vehicles: EVs) สู่โซลูชันพลังงานสะอาดอื่น ๆ ทั้งการใช้งานแบบติดตั้งอยู่กับที่ (Stationary applications) และใช้ร่วมกับระบบโซลาร์ ซึ่งจะช่วยผลักดันความต้องการใช้แบตเตอรี่ในไทยและเอเชียแปซิฟิกให้เติบโตได้ โดยเฉพาะในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม และเสริมธุรกิจแบตเตอรี่ของบ้านปู เน็กซ์ ให้แข็งแกร่ง สร้างโอกาสแข่งขันในตลาด และการได้เปรียบในเรื่องราคา อีกทั้งยังช่วยให้เราสามารถนำเสนอโซลูชันพลังงานสะอาดที่ครบวงจรยิ่งขึ้นให้กับลูกค้า ด้วยการติดตั้งระบบโซลาร์พร้อมแบตเตอรี่ และโซลูชันอื่นๆ ที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า พร้อมสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน นอกจากนี้เรายินดีที่จะร่วมขับเคลื่อนองค์ความรู้ และศักยภาพของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในการพัฒนาแบตเตอรี่และส่งเสริมผลิตภัณฑ์ไทยสู่ตลาดในระดับสากล” เกี่ยวกับโรงงานแบตเตอรี่และพลังงานยุคใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ที่ให้การศึกษาเพื่อสร้างผู้เรียนที่มีคุณภาพและเป็นประโยชน์ต่อสังคม รวมถึงสร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ โดยโรงงานแบตเตอรี่และพลังงานยุคใหม่เป็นผู้ให้บริการด้านระบบกักเก็บพลังงานมาตรฐานสากลที่มีการวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับแบตเตอรี่และพลังงานใหม่ ได้รับรางวัลและการยอมรับในระดับชาติและนานาชาติ ด้วยบุคคลากรที่เชี่ยวชาญและการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นและหน่วยงานพันธมิตรทั้งไทยและต่างประเทศ โดยคำนึงถึงการพัฒนาควบคู่กับการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย มีเป้าหมายในการเป็นส่วนหนึ่งของการทำให้ประเทศมีเทคโนโลยีเป็นของตนเอง เพื่อความมั่นคงทางด้านพลังงานของชาติ เกี่ยวกับบริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด เป็นบริษัทลูกของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานสะอาดชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มุ่งมั่นสนับสนุนสังคมไร้คาร์บอนในอนาคต ประกอบด้วย 5 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ธุรกิจแบตเตอรี่ ธุรกิจซื้อขายไฟฟ้า ธุรกิจอี-โมบิลิตี้ และธุรกิจพัฒนาเมืองอัจฉริยะและจัดการพลังงาน ทำให้มีศักยภาพในการนำเสนอ “โซลูชันพลังงานสะอาดแบบครบวงจร” (Total Smart Energy Solutions) พร้อมเป็นพันธมิตรระยะยาวที่นำเทคโนโลยีและดิจิทัลแพลตฟอร์ม ผนวกกับความรู้ความเชี่ยวชาญด้านพลังงาน มาออกแบบและพัฒนาโซลูชันที่เหมาะสมกับทุกความต้องการสำหรับทุกธุรกิจ เพื่อช่วยให้ทุกองค์กรใช้พลังงานสะอาดได้อย่างไร้ขีดจำกัด ก้าวเป็น Smart Business และบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน ควบคู่ไปกับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้ใช้บริการและคนในสังคม

อ่านเพิ่มเติม...

แสดงผลข้อมูล บทความ 1 - 5 จากทั้งหมด 9 รายการ